ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิก |  ลืมรหัสผ่าน
หน้าหลัก
ข้อมูลโรงเรียน
ประวัติโรงเรียน
ทำเนียบผู้บริหาร
ผู้จัดการโรงเรียน
ประวัติผู้อำนวยการ
บุคลากร
กรรมการสถานศึกษา
คณะกรรมการนักเรียน
คำขวัญโรงเรียน
วัตถุประสงค์
ปรัชญาของโรงเรียน
วิสัยทัศน์โรงเรียน
อัตลักษณ์โรงเรียน
เอกลักษณ์ของ
โครงสร้างการบริหารงาน
สีและตราของโรงเรียน
แผนที่โรงเรียน
ติดต่อเรา
ออนไลน์ 2คน
ผู้ชมวันนี้27คน
ผู้ชมเมื่อวาน54คน
ผู้ชมเดือนนี้1261คน
ผู้ชมเดือนก่อน2162คน
ผู้ชมทั้งสิ้น49227คน


   เว็บบอร์ด
ตั้งกระทู้ใหม่     กระทู้ทั้งหมด
ธรรมะที่ได้จากน้ำท่วม

ธรรมะที่ได้จากน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้เป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของประเทศไทยในรอบหลายสิบปี ในบางพื้นที่ไม่เคยมีน้ำท่วมมาก่อนเลย แต่มาปีนี้น้ำกับท่วม เขตเศรษฐกิจเช่นในเขตเทศบาล ในเขตเมือง เจ้าหน้าที่พยายามที่จะป้องกันเต็มที่ สร้างพนังกันน้ำปกป้องพื้นที่ แต่ก็ไม่สามารถจะป้องกันได้ เมื่อพนังกั้นน้ำที่ทำไว้เกิดพังขึ้นมา จึงทำให้น้ำท่วมในพื้นที่นั้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่มั่นใจว่าพนังนั้นคงป้องกันน้ำไว้ได้ก็ไม่ได้เตรียมตัวป้องกันไว้ เมื่อน้ำจำนวนมากทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเก็บข้าวของได้ทันข้าวของจำนวนมากต้องเสียหายไปกับน้ำ


ขอบคุณภาพจาก Bg คนดีมีวินัย


ขอบคุณภาพจากเนฃั่น

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่จึงเห็นภาพข่าวที่ชาวบ้านออกมาร้องห่มร้องไห้ และทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องเปิดพนังปิดพนัง นับเป็นภาพที่ทั้งน่าสงสารทั้งหน้าสมเพชเวทนา

อีกกรณีหนึ่งคือความห่วงสมบัติไม่ยอมที่จะอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย โดยเฉพาะคนแก่ ๆ อายุ 70-80 ปี ไม่ยอมย้ายออกไปจากบ้านทั้ง ๆ ที่น้ำท่วมบ้านจนแทบไม่มีที่จะนั่งที่นอนอยู่แล้ว เหตุผลที่ท่านเหล่านั้นอ้างคือ “ห่วงสมบัติ” ถ้าจะตีความก็คือกลัวจะมีขโมยมาลักข้าวของ ถ้ามองอย่าผิดเผินก็อาจคิดว่าดี ท่านยังอุตสาห์ห่วงสมบัติ อยู่ดูแลสมบัติให้ลูกหลานอพยพออกไปอยู่ข้างนอก ยอมเสียสละตัวเองเพราะเห็นว่าแก่แล้วอยู่ไปอีกไม่นานก็ตาย แต่เอาเข้าจริง ๆ ขโมยมันจะเข้าไปลัก วัยขนาดนั้นจะป้องกันอะไรได้ ขโมยมันเอามือผลักเบา ๆ ก็ตกน้ำตายแล้ว

ด้วยมุมมองของโลก ๆ ดูดีมีเหตุผลที่ประกอบด้วยความเสียสละอย่างน่าสรรเสริญ แต่ในมุมมองของธรรมะแล้วถือว่าผิดหลัก คนที่ยิ่งรู้ว่าตัวเองใกล้ตายแล้ว สิ่งที่ต้องระลึกคือจะตายอย่างไรให้เป็นการตายดี ตายแล้วไปสู่สุขคติ (มนุษย์ เทวดา พรหม) ไม่ใช้ตายแล้วต้องไปอยู่ในทุกขคติ(นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน) ซึ่งคนแก่มีอายุมากแล้วทุกคนก็รู้ตัวว่าอีกไม่นานคงต้องตายจากโลกนี้ไป แต่คนแก่จำนวนมากยังไม่รู้วิธีว่าจะทำอย่างไรให้ตายดี

ในทางพุทธศาสนาได้แสดงสภาวะก่อนตายของคนไว้ 2 ประการ คือ

1.กรรมนิมิตอารมณ์ คือการระลึกถึงกรรมที่ตนได้กระทำไว้ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี (กุศลกรรม) กรรมชั่ว (อกุศลกรรม) เมื่อใกล้ตายคน ๆ นั้นถ้าระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนเองไว้ เช่น ได้ตักบาตร ได้ทำบุญทอดกฐิน ให้ทานแก่ผู้ยากไร้ บริจาคในการกุศลต่าง ๆ เช่นได้บริจาคเงินสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน ฯลฯ ได้รักษาศีลหรือเจริญสมาธิภาวนา ก็จะไปเกิดในสุขคติ ถ้าระลึกถึงอกุศลกรรม เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ปล้นจี้หรือทุจริตคอรัปชั่น ผิดเมียผิดผัวชาวบ้าน ดื่มเหล้า เสพยาเสพติด ก็จะไปเกิดในทุกขคติ

แต่โดยสภาวะจิตก่อนตายนั้นไม่สามารถบังคับให้ระลึกถึงอะไรได้ ถ้าเป็นความดีก็จะต้องทำสิ่งเหล่านั้นเป็นประจำจนเป็นนิสัยก่อนตายจึงจะนึกได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ส่วนกรรมชั่วนั้นแม้ทำแค่นิดเดียวก็มักจะระลึกถึงก่อนเสมอไม่ว่าจะทำความดีมาแค่ไหนก็ตาม เช่น นางมัลลิกาผู้ถวายอสทิสทานเป็นต้น

2.คตินิมิตอารมณ์ คือนิมิตที่เกิดขึ้นในใจขณะจิตจะดับ คตินิมิตอารมณ์นี้คือผู้ตายนั้นจะมองเห็น เป็นเครื่องหมายแสดงถึงที่ ๆ ตนจะไปเกิด อารมณ์ที่เป็นฝ่ายกุศลเช่นเห็นวิมาน เห็นปราสาทราชวัง เห็นนางเทพอัปสร วัดวาอาราม หรือพระภิกษุสามเณรหรือเห็นครรภ์มารดา ก็เป็นที่รู้ว่าตนนั้นจะไปเกิดในสุขคติ ถ้าเห็นเหว เห็นถ้ำ เห็นเปลวไฟ เห็นปล่องที่น่ากลัว เห็นหมา เห็นแมว เห็นแร้งกาจะเข้ามาทำร้ายตน ก็จะไปเกิดในทุขคติ

ด้วยเหตุนี้เมื่อคนแก่ที่อายุมากแล้วอีกไม่นานก็ต้องจากโลกนี้ไป เมื่อยังห่วงทรัพย์สมบัติ ห่วงลูกห่วงหลาน ด้วยอารมณ์เหล่านี้เมื่อถึงมีอันต้องตายจากโลกนี้ไป ก็จะทำให้อารมณ์ก่อนตายนั้นถูกชักจูงด้วยสภาวะจิต นั้น อารมณ์ที่เป็น “ห่วง” จัดเป็นอกุศลกรรมจะนำให้ผู้นั้นไปเกิดในทุกขคติ ซึ่งเป็นที่ไม่พึงปรารถนาของทุก ๆ คน

จึงขอฝากความปรารถนาดี นำธรรมะมาเป็นข้อเตือนใจในช่วงน้ำท่วมใหญ่ซึ่งทำให้มีคนตายกว่า 200 ศพ เพื่อเป็นมรณสติแก่ทุก ๆ ท่าน

ขอเจริญพร

preyawat  chansingh     23 ต.ค. 2554 เวลา 14:54:59


แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ เฉพาะไฟล์ .jpg หรือ .gif เท่านั้น ขนาดไฟล์ควรไม่เกิน 200 kb.
Emotion ใช้เมาส์ลากที่รูป Emotion ใส่ในช่องข้อความ


เฉพาะสมาชิกเท่านั้น !
หน้าหลัก | ประวัติโรงเรียน | ประชาสัมพันธ์ | ประมวลภาพ | กระดานสนทนา | รางวัลเกียรติยศ | ติดต่อเรา | ผู้ดูแลระบบ

Copyright @ 2011 โรงเรียนกันทรลักษ์ธรรมวิทย์ พระปริยัติธรรมวัดศิริวราวาสวิทยา)
ตั้งอยู่เลขที่ 168 บ้านกระบี่เหนือ หมูที่ 8 วัดกระบี่ ถนนศรีสะเกษ–กันทรลักษ์
ตำบลหนองหญ้าลาด อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัด ศรีสะเกษ รหัสไปรษณีย์ 33110
โทรศัพท์ 045-810–720 โทรสาร 045-810-720 e-mail : Dhammawit@hotmail.com